ศิลปินของเรา

สมาชิกปัจจุบัน

ณัฐทิดา กำชัย

ณัฐทิดาคลุกคลีอยู่กับวงการดนตรีตั้งแต่วัยเยาว์ เธอเริ่มเล่นเปียโนตอนอายุได้ 4 ขวบ และกลายเป็นนักร้องระดับอาชีพขณะที่อายุเพียง 18 ปี ผลงานชิ้นแรกคือการบันทึกเสียงร้องในเพลงประกอบละคร บาปรักทะเลฝัน อีกทั้งเธอยังฝึกร้องเพลงคลาสสิคขณะศึกษาอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นัททิดายสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการร้องเพลงคลาสสิค จากมหาวิทยาลัยมหิดล  เธอได้มีโอกาสร่วมแสดงคอนเสิร์ตต่าง ๆ เช่น Cosi Fan Tutte โดยรับบทเป็น Despina, Die Fledermaus ในบท Rosalinde และ Die Schopfung เธอยังได้รับเลือกให้ร้องเพลงเดี่ยวในอีกหลายๆ คอนเสิร์ตของ Bangkok Symphony Orchestra, CU Symphony Orchestra และ Thailand Philharmonic Orchestra ในเดือนตุลาคม ปี 2013 นัททิดา เป็นหนึ่งในผู้แข่งขันชาวไทย ที่สามารถเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ การแข่งขัน Osaka International Music Competition ณ ประเทศญี่ปุ่น และ นัททิดา ก็ร่วมเป็นสมาชิกของ Grand Opera Thailand เธอได้ร่วมแสดงละครโอเปร่าเรื่อง La Traviata โดยรับบทเป็น Violetta และได้ร่วมงานแสดงอีกหลาย ๆ งานของบริษัท ในปี 2015 เธอได้รวบรวมสมาชิก ตั้งคณะร้องเพลงเล็กๆ ชื่อว่า Di Notte เพื่อเข้าร่วมประกวด Thailand’s Got Talent โดยแสดงความสามารถด้วยการปรับแต่งเพลงไทย แล้วร้องออกมาในแบบโอเปร่า การแสดงของเธอดึงดูดความสนใจของผู้ชมจำนวนมากทำให้ Di Notte ได้มีโอกาสไปแสดงที่ต่างประเทศ ปัจจุบัน นัททิดา เข้ารับการฝึกอบรมเทคนิคการขับร้องขั้นสูงกับคุณสเตฟาน ซานเชส ผู้บริหารของ Grand Opera Thailand
 

พิมพ์ลักษณ์ เวสสวัสดิ์

พิมพ์ลักษณ์ เริ่มเรียนการร้องเพลงโอเปร่าในปี 2006 ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เธอได้ก่อตั้งและเป็นโค้ชฝึกสอนของวงขับร้องประสานเสียงมหาวิทยาลัยมหิดล หรือ MU Chorus และในปี 2007 และ 2009 เธอสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดขับร้องเพลงประสานเสียงชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้ถึง 2 ครั้ง และยังได้รับคัดเลือกให้เข้าฝึกเทคนิคการใช้เสียงและการร้องเพลงโอเปร่าขั้นสูง กับ Loh Siew Tuan อาจารย์สอนร้องเพลงที่มากด้วยประสบการณ์จากหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งมาเปิดการสอนพิเศษในประเทศไทย และเมื่อไม่นานมานี้ เธอไปไกลถึงสหรัฐอเมริกา เพื่อเรียนร้องเพลงเพิ่มเติมจาก Dr. Rebecca Sherburn รองศาสตราจารย์ด้านขับร้อง มหาวิทยาลัย Missouri หลังจากนั้น เธอได้ร่วมแสดงละครโอเปร่า เรื่อง แม่นาค เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร รวมถึงเธอเป็นนักร้องโอเปร่าให้กับ Grand Opera Thailand ซึ่งจัดการแสดงไปแล้วในหลาย ๆ ประเทศ เช่น เกาหลี, ปากีสถาน และ พม่า อีกทั้ง เธอได้รับเกียรติในการชับร้องเพลงโอเปร่า ร่วมกับ Fivera วงดนตรีแนว pop-opera หนึ่งเดียวของประเทศไทย ในการประกวดนางสาวไทย ปี 2013 อีกด้วย

พิมพ์ลักษณ์ ได้รับคัดเลือกให้มีส่วนร่วมในการบันทึกเสียงในภาพยนตร์ไทย เช่น นเรศวรมหาราช และ ขุนรองปลัดชู และเธอยังเคยร่วมงานกับวงดนตรีฮิปฮอบอันดับหนึ่งของประเทศไทย วง Thaitanium อีกด้วย เธอถูกเลือกให้ร้องและพากย์เสียงในละครเวทีเรื่องพันทายนรสิงห์ รวมทั้งยังร่วมงานกับคุณ ฟอร์ด สบชัย ในอัลบัม Ford&Friends Vol.1 และเธอเคยเป็นนักร้องรับเชิญให้กับวง Melodius Deite วงดนตรีแนวPower metal ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในโปแลนด์และญี่ปุ่น อีกทั้ง เธอยังได้ร่วมร้องและแสดงในละครเวทีเรื่อง Love Ever After ของ Blue Box Studio M Theater

พิมพ์ลักษณ์ได้รับความสนใจจาก คุณพงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และได้รับโอกาสร่วมงานกับ Dream Box Studio เป็นครั้งแรก ในฐานะผู้กำกับและนักร้องวงประสานเสียง ในการแสดงละครเวทีเรื่อง พระมหาชนก The Phenomenon Live Show ซึ่งถูกจัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา ในปี 2014

ในปี 2015 การแสดงของเธอในงานเทศกาลละครกรุงเทพได้รับความสนใจจากผู้ชมเป็นอย่างมาก เธอยังได้ร่วมร้องเพลงกับ Chulalongkorn Orchestra เนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาติ ณ สยามพารากอน และเธอยังมีผลงานการแสดงในละครเวทีเรื่อง The Sound of The Music โดยรับบทเป็นแม่ชี จัดการแสดงที่โรงละครเมืองไทยรัชดาลัย และผลงานล่าสุด เธอได้เข้าร่วมรายการทีวี I Can See Your Voice ทางช่อง Work Point ในตอนที่มีธีมดิสนีย์ เธอได้แสดงพลังเสียงร้องเพลงโอเปร่า ซึ่งทำให้คณะกรรมการและดารารับเชิญต่างทึ่งในเสียงของเธอ

สำหรับการร่วมงานกับ Grand Opera Thailand เธอได้ร่วมแสดงละครเพลงโอเปร่าในโอกาสต่าง ๆ เช่น Don Pasquale รับบทเป็น Norina, Phantom of the Opera รับบทเป็น Christine และคอนเสิร์ตอีกมากมาย ทั้งในประเทศไทย และ ต่างประเทศ และปัจจุบัน เธอเรียนร้องเพลงโอเปร่ากับคุณสเตฟาน ซานเชส ผู้บริหารของ Grand Opera Thailand

มัชฌิมา มีับำรุง

มัชฌิมาปัจจุบันศึกษาอยู่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกวิชาขับร้อง ภายใต้การสอนของรองศาสตราจารย์ ดวงใจ อามาตยกุล ผลงานที่ผ่านมาของเธอ เช่น ซูสีไทเฮา เดอะมิวสิคัล รับบทเป็น พระนางเจียซุนฮองเฮา และเป็นตัวสำรองในบท พระนางซูสี ในปี 2014 – 2015, ร่วมแสดง Da Capo ในงานเทศกาลดนตรี Take Off Music Festival ปี 2015, รับบทเป็น Franchesca ใน Ghost the Musical ณ มหาวิทยาลัยมหิดล, รับบทเป็น สาวเครือฟ้า ใน สาวเครือฟ้า The Musical, รับบทเป็น มู่หลาน ในคอนเสิร์ต the Bed Time Story (ของมหาวิทยาลัย), รับบทเป็น เจ้าหญิงแสนหวี ใน เจ้าหญิงแสนหวี the Musical อีกทั้ง เธอยังมีผลงานผ่านหน้าจอโทรทัศน์ ในคอนเสิร์ตเนื่องในโอกาสวันแม่ ทางช่อง SMM TV และ คอนเสิร์ต Music Impression ทางช่อง Spring News TV 2

นอกจากนี้ มัชฌิมา ได้รับรางวัลจากการประกวดร้องเพลงมากมาย จากหลายเวที เช่น รางวัลชนะเลิศ การประกวดร้องเพลง CU Singing Contest ครั้งที่ 23, รางวัลชนะเลิศ ร่วมกับรางวัล Popular Vote การประกวดร้องเพลง Broadway Performer Singing Competition ปี 2014

มัชฌิมายังร่วมร้องเพลงโอเปร่ากับหลายคณะ เช่น The Bangkok Symphony Orchestra (BSO), BSO Light Orchestra, Thai National Symphony Orchestra, Chiangrai Youth Orchestra, Silpakorn Symphony Orchestra in rememberance of HRH Princess Bejaratana Rajasuda, Dr.Sax Chamber Orchestra, MU Pop Orchestra, Pairochubchit Chamber Orchestra, EPP concert Orchestra, Chula Chamber Orchestra, The Viola Lovers Orchestra, CU Band, The Elixir

มัชฌิมา ร่วมแสดงคอนเสิร์ตกับ Grand Opera Thailand มากมาย ตั้งแต่ปี 2016 เช่น คอนเสิร์ตครบรอบ 40 ปี Amara Corporation, คอนเสิร์ตวัน Valentine, ร้องเดี่ยวในงาน SCB the Champions Day 2015, Rotary Club Bangkapi และ Et Cetera ปัจจุบันเธอเป็นนักร้องเดี่ยวให้กับ Grand Opera Thailand ภายใต้การแนะนำของคุณสเตฟาน ซานเชส

ณัฐมน กนกกาญจนา

ณัฐมน เรียนร้องเพลงแบบตัวต่อตัวกับ อาจารย์ นันทนา บุญหลง หลังจากนั้น เธอได้เรียนกับ อาจารย์ พิชญะ เขมะสิงคิ ก่อนที่จะเข้าเรียนคอร์ส Pre-College Programme เพื่อศึกษาต่อในสาขาวิชาการขับร้อง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และเธอจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี และ ปริญญาโท ในปี 2005 ปัจจุบัน ณัฐมน เป็นอาจารย์ที่ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ และสอนที่ Superstar College of Asia อีกทั้งเธอยังได้รับโอกาสเข้าชั้นเรียนพิเศษกับศิลปินและครูสอนร้องเพลงระดับโลก เช่น Professor Franz Lukasovsky จาก University of Music and Performing Arts, Vienna, Professor Mario Diaz จาก the University of Mozarteum, Austria, Professor Pamela Hinchman จาก Bienen School of Music, Northwestern University, Chicago, U.S.A., Virginia Croskery จาก Simpsan College, Iowa และอีกมากมาย

ณัฐมน เป็นนักร้องโอเปร่า ประเภทร้องเดี่ยว ในการร้องเพลงคลาสสิคและเพลงโอเปร่า เคยเข้าร่วมการแสดงคอนร์ตต่าง ๆ มากมาย เช่น คอนเสิร์ตต่อหน้าพระพักต์ องค์สมเด็จพระเทพฯ ปี 2007, คอนเสิร์ตในประเทศญี่ปุ่น ปี 2010, รับบทเป็น Despina ในการแสดงโอเปร่าเรื่อง Cosi fan tutte ในปี 2010 และเธอยังได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดร้องเพลงซึ่งจัดการแข่งขันโดย Yamaha Thailand อีกด้วย สำหรับการร่วมงานกับ Grand Opera Thailand เธอรับบทเป็น คิม ใน Miss Saigon และ Liza Doolittle ใน My Fair Lady อีกทั้ง เธอยังร่วมการแสดงละครเวทีและโอเปร่ากับทางบริษัทอีกมากมาย ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด ปัจจุบัน เธอเป็นนักเรียนของคุณสเตฟาน ซานเชส ผู้บริหารของ Grand Opera Thailand เพื่อพัฒนาเทคนิคด้านการร้องเพลงต่อไป

อายาโนะ คิมูระ

อะยาโนะเกิดที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เธอเป็นนักแสดงดนตรีเดี่ยวและนักร้องโอเปร่า ซึ่งเธอเคยมีผลงานการแสดงครั้งแรกสู่สาธารณชนในละครเพลงโอเปร่า เรื่อง Dido and Aeneas โดยรับบทเป็น Dido โดย NUNi Production กรุงเทพ และ Shalev Ad-El ซึ่งเป็นผู้กำกับฝ่ายศิลป์ของ Netanya Kibbutz Isarael ซึ่งเขาประทับใจในการแสดงของอะยาโนะเป็นอย่างมาก จึงได้เชิญเธอไปร่วมแสดงคอนเสิร์ต ในฐานะนักร้องรับเชิญ ประเภทเดี่ยว สำหรับงานทัวร์คอนเสิร์ตครั้งที่ 44 ของพวกเขา ซึ่งจัดแสดงทั่วประเทศอิสราเอล ในเดือนมกราคม ปี 2015 อะยาโนะได้นำบทประพันธ์ชิ้นเอกของ Luigi Boccherini เพลง Stabat Mater มาแสดงในงาน Tel-Aviv ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งการร้องเพลงและการแสดงของเธอเน้นความเรียบง่ายแต่แสดงออกถึงการแสดงที่มีคุณภาพชั้นยอดเยี่ยม และได้รับการยกย่องให้เป็นการแสดงโอเปร่าชั้นสูง

อะยาโนะ ยังเคยร่วมงานกับ Siam Opera แสดงละครเพลงเรื่อง Die Zauberflote รับบทเป็น the Second Lady,ร่วมงานกับ NUNi Production ในการแสดงเรื่อง La Marchande de Journaux of Les Mamelles de Tiresius, งานแสดงเรื่อง the Cosi Fan Tutte โดยรับบทเป็น Dorabella ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล และเคยร่วมงานกับบริษัทโอเปร่าขนาดใหญ่ ได้แก่ Thais และ La Boheme ในฐานะนักร้องประสานเสียง ของ Siam Opera

อะยาโนะ เริ่มเรียนการแสดงละครเวทีตั้งแต่อายุได้ 4 ปี ในกรุงโตเกียว เมื่อเธออายุ 15 ปี เธอได้รับการตอบรับให้เข้าเรียนในโรงเรียน Rugby School สหราชอาณาจักร ที่ซึ่งทำให้เธอพัฒนาทักษะการเล่นเปียโนและร้องเพลงได้อย่างเยี่ยมยอด เห็นได้จาก เธอได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดมากมาย เช่น รางวัลชนะเลิศ การประกวดร้องเพลง Cleaver-Beresford, รางวัลนักเปียโนยอดเยี่ยม และ รางวัลนักดนตรียอดเยี่ยม รวมทั้งเธอยังได้ร่วมการแสดงกับวงออเครสตราเป็นครั้งแรก กับ คณะ Rugby School Orchestra โดยแสดงการร้องเพลงโอเปร่าจากเรื่อง Madama Butterfly และ Tosca เนื่องในวันจบการศึกษา เธอยังแสดงคอนเสิร์ตอีกมากมายในฐานะนักร้องเดี่ยว ซึ่งผลงานของเธอ มีทั้ง Mozart Coronation Mass, Mozart Requiem, Britten’s Ceremony of Carols, Faure Requiem Op. 48 และ Villa-Lobos Bachianas Brasileiras No. 5

นอกจากความสามารถทางดนตรีของเธอแล้ว อะยาโนะ ยังศึกษาด้านกฎหมาย จาก King’s College กรุงลอนดอน และสานต่ออาชีพของเธอ ในฐานะ Management Consultant และต่อมา เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขา European Business จาก Ecole Superieure de Commerce de Paris (ESCP Europe) ในปี 2005 เธอเริ่มทำธุรกิจเกี่ยวกับจิวเวอรี่ในกรุงเบอลิน กับสามีของเธอ และพวกเขาย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพ ในปี 2008 เพื่อขยายกิจการของพวกเขาต่อไป ซึ่งกิจการของพวกเขา เป็นที่รู้จักในวงการสื่อต่างประเทศอย่างกว้างขวาง เช่น Time Magazine, Reuters และ Vogue

ในกรุงเทพ อะยาโนะ กลับมาเรียนร้องเพลงอีกครั้ง กับ Susheilagh Angpiroj และเป็นผู้ที่แนะนำเธอให้เข้าค่ายพิเศษเพื่อพัฒนาทักษะการร้องเพลงของ Tuan Siew-Low ในจังหวัดเลย และเป็นที่ที่เธอได้รับแรงบันดาลใจมากมายจากกลุ่มนักร้องไทยรุ่นเยาว์ เธอจึงเข้าร่วมการประกวดร้องเพลง Osaka International Music Competition ในปี 2010 และได้รับรางวัลที่ 4 ในประเภทนักแสดงดนตรียอดเยี่ยม หลังจากการประกวดนี้ เธอตัดสินใจศึกษาต่อปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาวิชาการแสดงดนตรี กับ ดร. Colleen Ann Jennings ซึ่งเป็นคณะบดีในขณะนั้น พร้อมทั้งคว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง 1 ได้อีกด้วย

KANTINAN KIRATICHAROEN

ผลงานการแสดงที่ผ่านมา

  • รางวัลจากพระราชทาน พระองค์โสม จากการประกวดร้องเพลงคลาสสิคของประเทศไทย ปี 2003

  • ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Tomb Raider “Extreme” กับ Sony Black Sheep ประเทศไทย

  • นักร้องร่วมในเพลง คำสาบ ของวงซีล จากค่าย GMM

  • ร้องเพลงเปิดงานในโอกาสต่าง ๆ เช่น งานครบรอบของห้างสรรพสินค้าเซนทรัล ชิดลม  

  • เคยรับเชิญไปร่วมรายการโทรทัศน์ เช่น เกมพันหน้า ตี10

  • เข้ารอบรองชนะเลิศรายการประกวด Thailand’s got talent ปี 2011

 

ณัฐยา แสงปัญญาวงศ์

ณัฐยา แสงปัญญาวงศ์

ณัฐยา แสงปัญญาวงศ์ นักร้องเสียงโซปราโน เกิดในปี 1993 เธอเริ่มสนใจด้านดนตรี เมื่ออายุ 17 ปี จากการเรียนเปียโน ที่โรงเรียนดนตรีอาจารย์นพ และเริ่มเรียนร้องเพลงคลาสสิค เมื่ออายุได้ 18 ปี ปัจจุบัน ณัฐยาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการแสดงดนตรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การโปรแกรมการสอนจาก ผ.ศ. ดวงใจ อมาตยกุล

ณัฐยา มีผลงานการแสดงมากมาย เช่น สกุลตรา โอเปรา โดย NUNI’s, แสดงคอนเสิร์ตร่วมกับ Chulalongkorn University Symphony Orchestra, ดันโนะอุระ โอเปร่า โดย Opera Siam และ Siam Sinfonietta (Bangkok Opera) เธอมีส่วนร่วมในการแสดงงานคอนเสิร์ตศิลปกรรม ครั้งที่ 12 รับบทเป็น Madame Thenardier จากเรื่อง Les Miserables the Musical จัดโดย คณะศิลปกรรมศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกทั้งเธอยังร่วมแสดงคอนเสิร์ต FAA on Stage “All about the musicals” จัดโดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ณัฐยาร่วมงานกับ Grand Opera Thailand ในฐานะนักร้องเดี่ยว ตั้งแต่ปี 2015 ภายใต้การดูแลจากคุณสเตฟาน ซานเชส และเธอได้ร่วมการแสดงคอนเสิร์ตกับทางบริษัทหลายครั้ง เช่น Miss Saigon โดยรับบทเป็น the Engineer, Christmas Eve Concert, Chicago the musical รับบทเป็น Mama และร้องเดี่ยวในงาน SCB the Champions Day 2015

อรุณพร ทักษิณทวีทรัพย์

อรุณพร ทักษิณทวีทรัพย์

อรุณพร จบการศึกษาจากคณะดนตรี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ภายใต้การสอนของคุณศิรารัตน์ สุขชัย ในปี 2013 เธอได้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าวง AU Chorus และนำทีมเข้าร่วมงานแสดงร้องเพลงต่าง ๆ เช่น Busan Choral Festival and Competition ปี 2013 ที่ประเทศเกาหลีใต้, งาน Arts Festival จัดโดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, งาน Thailand Choral Festival และ ละครเวทีมหาชาติ มหาบุรุษ ในงานสวดมนต์ข้ามปี ในปี 2014 ต่อมาในปี 2015 อรุณภรณ์ ได้รับรางวัลนักศึกษาดีเด่นประเภทศิลปะวัฒนธรรม จากสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (APHEIT) และเธอได้เป็นประธานนักศึกษาคณะดนตรีและเป็นหัวหน้าโครงการ the Melody of Hearts กิจกรรมจิตอาสา ดนตรีบำบัดเพื่อพัฒนาสังคม โดยใช้ดนตรีเยียวยาเด็กผู้พิการทางสมอง ซึ่งโครงการได้รับรางวัลชมเชย จากงานประกวดโครงการทูตความดีแห่งประเทศไทย GEN A (Active Citizen) อีกทั้งเธอยังได้รับรางวัลนักเรียนดีเด่น ปี 2015 จาก Albert Prize มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และเธอได้รับเลือกเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัย เพื่อเข้าร่วมการประชุม University Scholars Leadership Symposium (USLS) ครั้งที่ 6 ซึ่งเป็นงานประชุมระดับนานาชาติ ณ ประเทศฮ่องกง เพื่อพัฒนาวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมอีกด้วย นอกจากนี้ เธอได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกในคณะนักร้องประสานเสียงและมีส่วนร่วมในการแสดงละครเวทีโอเปร่า ต่าง ๆ เช่น “The Snow Dragon” และ “The Faithful Son” ในปี 2016 อรุณพร มีโอกาสได้รับบทบาทในการแสดงละครโอเปร่าครั้งแรก โดยรับบทเป็น Cherubino ในเรื่อง The Marriage of Figaro ของวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ผลงานการแสดงเรื่องล่าสุดของเธอ ได้แก่ พระเนมิราช The Musical พระชาติที่ 4 ของพระพุทธเจ้า รับบทเป็น เทวดาลำดับที่ 33 และ The Happy Prince รับบทเป็น the Seamstress ปัจจุบัน อรุณพร ทำงานเป็นนักดนตรีอิสระ ครูสอนร้องเพลง นักเขียน และนักประพันธ์เพลง

อรนัส ยืนยงหัตถพร

  • เข้าร่วมการประกวดร้องเพลง รายการ The Voice Thailand Season 4 ปี 2015 เข้าถึงรอบ Knock Out

  • ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 จากการประกวด RSU Competition ในงานวันฝรั่งเศสแบบรังสิต “Fantastique foire en fete” มหาวิทยาลัยรังสิต ปี 2009

  • ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 การประกวดเพลงฝรั่งเศสชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัย Saint John ปี 2010

  • มีส่วนร่วมในการแสดงละครโอเปร่า Ghost Opera the Musical รับบทเป็น Franchesca และCosi Fan Tutte Opera by Mozart รับบทเป็น Fiordiligi จัดโดยมหาวิทยาลัยมหิดล ในปี 2011

  • เป็นสมาชิกวงดนตรีประสานเสียง มหาวิทยาลัยมหิดล (MU Choir) และได้รับรางวัลรองชนะเลิศ การประกวดวงดนตรีประสานเสียง Slovakia Cantat International

  • ได้ร่วมแสดงละครเพลง The Monument รับบทเป็น Hoy มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2013

  • ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวด Boston Bright Superstar ปี 2013

  • ได้เข้าร่วมฝึกฝนในห้องเรียนพิเศษของ Prof. Mario Diaz จากมหาวิทยาลัย Mozarteum เมือง Salzburg ประเทศออสเตรีย ในปี 2013

  • ร่วมแสดงละครโอเปร่า Lord of Smile by F. Lehar รับบทเป็น Princess Mi ในปี 2013 และได้รับรางวัล Gold Prize  อันดับ 4 จากการประกวด Settrade Youth Music ครั้งที่ 16 ในปี 2014

  • ได้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย การประกวดร้องเพลง Osaka International Music Competition ครั้งที่ 15 ปี 2014

  • ได้รับรางวัล Silver Prize จากการประกวด Settrade Youth Music ครั้ง 17 ปี 2015

  • เข้าร่วมฝึกฝนในห้องเรียนพิเศษของ Prof. Franz Lukasovsky จาก University of Music and Performing Arts กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในปี 2015

  • เป็นหนึ่งในสมาชิกวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมแสดงคอนเสิร์ต Pattaya Classical Music ในฐานะนักร้องเดี่ยว ในปี 2015

พจน์ปรีชา ชลวิจารณ์

พจน์ปรีชา ชลวิจารณ์

จักร (พจน์ปรีชา) ชลวิจารณ์ เป็นหนึ่งในคณะร้องเพลงประสานเสียง Nicholson ที่โรงเรียน Cheam School, เป็นนักร้องประสานเสียงในโบสถ์ ของ Winchester College และ Bristol Cathedral ในฐานะนักเรียนทุน เขาได้เข้าเรียนคอร์สร้องเพลงประสานเสียงฤดูร้อน the Eton Choral Courses ที่ Eton College สหราชอาณาจักร และร่วมฝึกฝนในห้องเรียนพิเศษของ Michael Chance อีกทั้งได้เข้าเรียนร้องเพลงกับ Charles Brett และ Patrick Van Goethem

ในประเทศไทย จักร มีผลงานการแสดงมากมาย ในฐานะนักร้องเดี่ยว ร่วมกับ Siam Philharmonic และ Siam Sinfonietta ซึ่งเขาได้ร่วมแสดงการร้องเพลง ผ่านบทประพันธ์ที่มีชื่อเสียง เช่น Mozart’s Requiem, Handel’s Dixit Dominus, Massenet’s Thais (Myrtale), Rossini’s Petite Messe Sollenelle, Haydn’s Harmoniemesse, Mahler’s Symphony No. 3, Mozart’s Zauberflote (dritte Dame) และ Cavalli’s La Calisto (Endimione)

 

สำหรับ แกรนด์ โอเปร่า ไทยแลนด์ จักร มีผลงานการแสดงคอนเสิร์ตต่าง ๆ มากมาย เช่น คอนเสิร์ตจัดโดยสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ได้แก่ Queen Elizabeth II's Diamond Jubilee celebration, สถานเอกอัครราชทูตสวิสเซอร์แลนด์ ได้แก่ Swiss Art Song Concert, และ Mozart, Schubert and Strauss Concert, สถานเอกอัครราชทูตออสเตรีย ได้แก่ Austrian National Day Celebrations, สถานเอกอัครราชทูตสเปน ได้แก่ Spanish Song and Zarzuela Concert อีกทั้ง จักร ได้รับเกียรติจาก นักประพันธ์เพลงชาวอังกฤษ Colin Kirkpatrick สร้างสรรค์บทเพลง Kyoto Dreams ให้แก่เขาโดยเฉพาะ โดยที่เนื้อร้องมาจากบทกลอนญี่ปุ่น ที่ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งจัดการแสดงครั้งแรกที่ โรงละคร Ben’s Theatre พัทยา

จักร ร่วมแสดงคอนเสิร์ตกับคณะดนตรีต่าง ๆ เช่น คณะนักร้องประสานเสียง (Handel’s Messiah) ร่วมกับ Bangkok International Community Orchestra, Bangkok Music Society (Chapentier's Missa Assumpta est Maria) รวมถึงการแสดงในงานระดมทุนเพื่อการกุศลของมูลนิธิต่าง ๆ เช่น Zonta International, มูลนิธิโรคไต, English-Speaking Union, NightLight International, มูลนิธิกฤตานุสรณ์ และ มูลนิธิเพื่อคนตาบอด นอกจากนั้น จักร ได้ร่วมเป็นกรรมการตัดสินการประกวดร้องเพลงประสานเสียง International Choir Competition Grand Prix ครั้งที่ 8

ปัจจุบัน จักร เรียนร้องเพลงกับคุณสเตฟาน ซานเชส และ คุณเด็บบร้า ยอร์ค

กิตติพงศ์ กลับประทุม

กิตติพงศ์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 2 คณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เข้าเรียนขับร้องกับ โมนิค คล่องตรวจโรค นักร้องโอเปร่าเสียงโซปราโน่ กิตติพงศ์ เข้าร่วมการแสดงคอนเสิร์ตมากมาย ในฐานะนักร้องเดี่ยว อาทิ Dido and Aeneas รับบทเป็น Sailor เป็นการแสดงของมหาวิทยาลัย และเขาเคยร่วมงานกับ NUNI’s Production ในงานคอนเสิร์ตเปิดงานสัปดาห์อิตาลี ครั้งที่ 10 The 10th Edition of the week of Italian Language in the World, รับบทเป็น Don Ottavio เรื่อง Mozart mania ในการแสดงของมหาวิทยาลัย, รับบทเป็น เจ้าชาย Tamino เรื่อง Die Zaberflöte ที่ สถาบันดนตรีกัลป์ยาณิวัฒนา เขาเคยร่วมแสดงดนตรีกับ Professor Laurence Davis ปัจจุบัน กิตติพงศ์ เป็นนักร้องเดี่ยวให้กับบริษัท แกรนด์ โอเปร่า ไทยแลนด์ และแสดงคอนเสิร์ตมากมายร่วมกับ แกรนด์ โอเปร่า ไทยแลนด์ เช่น Zazuella Concert ณ สถานเอกอัครราชทูตสเปน, Mozart Schubert Strauss loeder concert ณ สถานเอกอัครราชทูตสวิสเซอร์แลนด์ เป็นต้น และได้รับการสอนเทคนิคการร้องเพลงขั้นสูงจากคุณสเตฟาน ซานเชส ผู้บริหารของ แกรนด์ โอเปร่า ไทยแลนด์

ศรันย์ เสนะวีนิณ

ศรัณย์เป็นสมาชิกนักร้องเดี่ยวของแกรนด์ โอเปร่า ไทยแลนด์ และเป็นนักเรียนของคุณสเตฟาน ซานเชส เขาเริ่มการร้องเพลงอาชีพ ในปี 2010 ผลงานการแสดงของเขา เช่น Haydn’s Harmoniemesse, Dan Cairo ใน Bizet’s Carmen และ Sciarrone ใน Puccini’s Tosca ในปี 2012 เขาได้ร่วมงานแสดงโอเปร่า แม่นาค โดยรับบทเป็น the Novice ณ Bloomsbury Theatre กรุงลอนดอน รวมถึง รับบทเป็น ท่านลอร์ดมุเนะโมริ ในการแสดงรอบปฐมทัศน์ของ ยุทธนาวีดันโนะอุระ ปี 2014 สำหรับ NUNI’s Production เขาเป็นนักร้องเดี่ยวใน Prologue of Dido & Aeneas ที่ โรงละครเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติ

ปัจจุบัน ศรัณย์เป็นศิลปินในสังกัด Asia-America New Music Institute จัดการแสดงในงาน Thailand International Composition Festival และ Asia-Europe New Music Festival ประเทศเวียดนาม เขายังร่วมแสดงละครเวที Les Misérables รับบทเป็น Combeferre/Coufeyrac จัดโดย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ อีกทั้ง สราญ ยังได้รับ รางวัลอันดับ 4 จากการประกวด Bangkok Opera ASEAN International Singing Competition
 

ศรัณย์ยังเป็นนักเรียนทุน จากคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในปี 2008 และ 2010 ภายใต้การดูแลของอาจารย์ ศรัณย์ สืบสันติวงศ์ อีกทั้ง เขายังเข้าร่วมห้องเรียนพิเศษต่าง ๆ มากมาย ระหว่างศึกษาในมหาวิทยาลัย สราญมีผลงานการแสดงร่วมกับมหาวิทยาลัยมากมาย เช่น Dido and Aeneas แต่งโดย Henry Pucell โดยรับบทเป็น Aeneas ในปี 2009  ในปี2010 เขาร่วมแสดงกับคณะร้องประสานเสียง ควบคุมการแสดงโดย Maestro Hikotaro Yasaki ในการแสดง  Beethoven’s Choral Fantasy  และในปี 2012 เขาร่วมแสดงละครโอเปร่า Mozart Mania จาก Mozart’s Operas ในบทต่าง ๆ เช่น Guglielmo, Leporello, และ Figaro

พิชญะ เขมะสิงคิ

พิชญะ เป็นอาจารย์ผู้สอน, ที่ปรึกษาสาขาวิชา ขับร้อง, นักร้อง และนักแสดง เขาเข้ารับการฝึกอบรมด้านการแสดงละครเวที เป็นเวลาร่วม 3 ปี กับ คุณภัทราวดี มีชูธน ณ โรงละครภัทราวดี เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ด้านขับร้อง และได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโท ด้านธุรกิจดนตรีและการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร พิชญะมีผลงานการแสดงร่วมกับบริษัทจัดการแสดงโอเปร่ามากมาย เช่น NUNI’s Production, Opera Siam และ European Chamber Opera. ปัจจุบัน เขาเป็นอาจารย์สอนขับร้อง ที่คณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และเป็นนักร้องเดี่ยวของบริษัทแกรนด์ โอเปร่า ไทยแลนด์ บริหารโดยคุณสเตฟาน ซานเชส ซึ่งเขาได้มีส่วนร่วมในการแสดงกับทางบริษัทฯ หลายครั้ง เช่น A weekend of Grand Opera and Culinary Art" ที่ Anantra Riverside Bangkok, "A Celebration of Swiss Art Songs" ที่ Swiss Hotel, "Mozart Magic & Musicals" ที่ TCC Small Hall," A Jubilant Evening of Operatic Treasures", "Music of Love & Devotion: An Evening of Opera and Musical Favourites" ที่ Royal Cliff Grand Hotel, Cancion and Zarzuela concert with Spanish Embassy ที่ Siam Society และอื่น ๆ อีกมากมาย

บทบาทการแสดงโอเปร่าของพิชญะ มีหลากหลาย อาทิเช่น Baron Mirko Popoff  ในเรื่อง The Merry Widow, Fisherman ใน Schubert's Sakotala, Don Alfonso ใน Cosi fan tutte, Zuniga ใน Carmen, Death ใน Savitri, Palemon ใน Thaïs, Benôit /Alcindoro ใน La Bohème, Mr. Bluff ใน The Impresario, Sorecerer ใน Dido and Aeneas, Emperor Altuom  ใน Turandot, King of Eypt ใน Aïda, คนขายหมู ใน แม่นาค, Bonze ใน Madame Butterfly, Ko-Ko ใน The Mikado และ Bass Soloist ใน Messe de Minuit pour Noël โดย Charpentier ร่วมกับ BMS รวมทั้งบท Chansonnier ใน H.K. Gruber's Frankenstein ร่วมกับ Galani Vadhana Institute of Music.

ทางด้านการแสดงละครเวที เขาได้รับบทบาทต่าง ๆ เช่น Conductor ใน Ghost Opera The Musical จัดโดยคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล, Psychistrist ใน Langkadang The Musical, King Midas ใน Viva PraSamutby จัดโดย Vic Hua Hin และ Robert Hunter ใน Eng-Chang The Musical โดย คณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ปัจจุบัน พิชญะ กำลังเรียนเทคนิคการร้องเพลงขั้นสูง กับคุณสเตฟาน ซานเชส ผู้บริหาร บริษัทแกรนด์ โอเปร่า ไทยแลนด์

สฤษดิ์ เดชสังวรณ์

สฤษดิ์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ด้านการขับร้อง จากคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในปี 2005 ส่วนหนึ่งในคลาสพิเศษ  the Pro Musica International Master Classes โดย มาดาม Loh Siaw Tuan ตั้งแต่ปี 2007 ถึง 2016 รวมทั้ง เขาเคยเข้าร่วมการประกวดร้องเพลง รายการ The Voice และ ร่วมการประกวดร้องเพลงประสานเสียง The Olympic Choir Competition ในปี 2006 ณ เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อมา ในปี 2008 Bangkok Opera เชิญเขาไปร่วมร้องเพลงที่ บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในปีต่อมา เขาได้รับเชิญไปร่วมร้องเพลง ในฐานะนักร้องเดี่ยว ที่งานคอนเสิร์ตวันคริสมาส จัดโดย Bangkok Music Society ในปี 2010 เขาเข้าร่วมเป็นสมาชิกวง Viva วงดนตรี Pop Opera อีกทั้งยังร่วมแสดงละครโอเปร่า Ghost Opera ในบท Geno จัดโดยมหาวิทยาลัยมหิดล

ในปี 2012 เขาแสดงร้องเพลง Ferrando จากโอเปร่าเรื่อง Cosi Fan Tutte ในปีเดียวกัน เขามีโอกาสได้ร่วมแสดงละครเวทีเรื่อง Boy and a Tiger รับบทเป็น คุณพ่อ กำกับโดย Bruce Gaston จัดขึ้นที่ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี ในปี 2013 เขาได้รับเชิญจาก Peak Society of Performing Arts ให้ไปจัดคอนเสิร์ตและร้องเพลง ที่ ปีนัง ประเทศมาเลเซีย

สฤษดิ์ มีประสบการณ์ในการสอนร้องเพลงมากมาย ทั้งการสอนแบบตัวต่อตัว การสอนร้องประสานเสียง และการสอนการแสดง โดยเขามีการจัดทำ workshop และ ห้องเรียนพิเศษ ตามวาระและโอกาส

ปัจจุบัน เขาเป็นอาจารย์ประจำ ในโครงการศึกษาดนตรีสำหรับบุลคลทั่วไป วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล สาขา ศูนย์การค้าสยามพารากอน และ ยังเป็นอาจารย์ part-time ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล อีกด้วย

สำหรับการร่วมงานกับแกรนด์ โอเปร่า ไทยแลนด์ สฤษดิ์ มีผลงานการแสดงต่าง ๆ มากมาย ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด เช่น  Alfredo จาก La Traviata, Don Jose จาก Carmen, เพลง The Phantom จาก Phantom of the Opera, John จาก Miss Saigon และ Mottle the Tailor จาก Fiddler on the Roof

ปัจจุบัน เขาเรียนเทคนิคการร้องขั้นสูง กับคุณสเตฟาน ซานเชส ผู้บริหารของแกรนด์ โอเปร่า ไทยแลนด์​

อิทธิณัฐ สีบุญเรือง

อิทธิณัฐ สีบุญเรือง

อิทธิณัฐ มีความสนใจในการร้องเพลงคลาสสิค ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ที่ประเทศเยอรมัน หลังจากกลับประเทศไทย เขาได้เริ่มเรียนการร้องเพลงอย่างจริงจัง กับนักร้องโอเปร่าชาวไทย Sophie Tanapura เมื่ออิทธิณัฐ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาเยอรมัน จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องจากใจรักในเพลงคลาสสิค เขาตัดสินใจศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ด้านการร้องเพลงคลาสสิค ที่ the Peabody Conservatory of Johns Hopkins University ภายใต้การเรียนการสอนของ John Shirley-Quirk นักร้องโอเปร่าชาวอังกฤษเสียง Bass-Baritone อิทธิณัฐได้รับทุนการศึกษาจากทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิคในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลป์ยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สนับสนุนการศึกษาดนตรีคลาสสิคและการแสดงดนตรีคลาสสิคของเขา

หลังจากจบการศึกษาจาก Peabody Conservatory อิทธิณัฐก็เข้ารับการฝึกฝนเพิ่มเติม ที่ สถาบัน Franz-Schubert เมือง Baden bei Wien ประเทศออสเตรีย เป็นสถาบันที่เน้นการสอนร้องเพลงโอเปร่าในแบบเยอรมันโดยเฉพาะ ซึ่งเขาได้รับการสอนจากนักร้องโอเปร่าระดับสากลหลายท่าน อาทิเช่น Elly Ameling, Julius Drake, Robert Holl, Rudolf Jansen, Helmut Deutsch, Andreas Schmidt และอีกมากมาย

ผลงานในประทเศไทย เขาร่วมแสดงกับ Metropolitan Opera of Bangkok ในบท ท่านเคาท์ Almaviva จากเรื่อง Le nozze di Figaro, Dr. Blind, Fank จาก Die Fledermaus, Kiilian, Ottokar จาก Der Freischütz สำหรับผลงานในต่างประเทศ อิทธิณัฐ ร่วมทัวร์แสดงคอนเสิร์ตในประเทศอินเดีย ซึ่งสนับสนุนโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อโปรโมทการแสดงดนตรีคลาสสิคจากศิลปินชาวเอเชีย ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกา อิทธิณัฐ ได้ร่วมเป็นสมาชิกคณะร้องเพลงประสานเสียง Wittenberg Choir and Baltimore Choral Arts จัดการแสดงโดย Peabody Opera Studio ซึ่งกำหนดการแสดงของเขาในปีนี้ รวมถึงเรื่อง Die Winterreise ของ Franz Schubert อีกด้วย

ปัจจุบัน อิทธิณัฐ อาศัยอยู่ในกรุงเทพ และเรียนร้องเพลงกับคุณสเตฟาน ซานเชส ผู้บริหารของแกรนด์ โอเปร่า ไทยแลนด์ อีกทั้ง เขายังร่วมแสดงคอนเสิร์ตมากมาย กับทางบริษัทฯ เช่น Mozart, Schubert, Strauss ณ Goethe Institute ร่วมกับ สถานเอกอัคราชทูตออสเตรีย ประจำประเทศไทย, "Music of Love and Devotion" คอนเสิร์ตฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ Royal Cliff Hotels Group, พัทยา เป็นต้น

มรกต เชิดชูงาม

(นักเปียโน)

มรกต เกิดที่กรุงเทพ ปี 1988 จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การเรียนการสอนของอาจารย์ อติภพ ภัทรเดชไพศาล และ อาจารย์ Valeriy Rizaev  มรกตได้รับมอบหมายให้แต่งเพลงสำหรับงานคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 100 ปี ศิลปินแห่งชาติ เฟื้อ หริพิทักษ์ ในปี 2011 เขาร่วมเล่นเปียโนสำหรับการซ้อมละครเวที แม่นาคในปี 2012 และยังร่วมเล่นเปียโนสำรับการซ้อมการแสดง Dido & Aeneas โดย Henry Purcell และ Les mamelles di Tiresias โดย Francis Poulenc กำกับโดย ภัทรสุดา อนุมานราชธน ในปี 2013 ปัจจุบัน เขาเป็นนักเปียโนหลักให้กับ แกรนด์ โอเปร่า ไทยแลนด์

: echoopera1@gmail.com Tel : +669 4549 1871

Contact Us

"A professional opera company that also provides training and performances at home and abroad.”